แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืช แสดงบทความทั้งหมด

ขิง สรรพคุณและประโยชน์ของขิง 65 ประการ !

ขิง สรรพคุณและประโยชน์ของขิง 65 ประการ !
ขิง ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า จิน’เจอะ (Ginger) ส่วนขิงชื่อวิทยาศาสตร์จะ คือคำว่า Zingiber officinale Roscoe. ซึ่งเรามักจะรู้จักคุ้นเคยกับขิงว่าเป็นอาหารที่นิยมนำมาใช้ในการประกอบ อาหารและทำเครื่องดื่ม ซึ่งจริงๆแล้วขิงจัดเป็นสมุนไพรไทยที่ช่วยการบำบัดรักษาโรคต่างๆได้สารพัด ถือว่าเป็นตัวช่วยในการรักษาโรคได้เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้เราก็ไม่ควรจะหวังพึ่งสรรพคุณของขิงเพียงอย่างเดียวในการบำบัดรักษาโรค ควรจะทำอย่างอื่นหรือดูแลสุขภาพของเราร่วมด้วยจะได้ผลดีนักแล
ขิง จัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆด้าน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกายของเรา เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส แถมยังมี โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และ เส้นใย จำนวนมากอีกด้วย ซึ่งประโยชน์ของขิงนั้นเราสามารถนำมาใช้ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ราก เหง้า ต้น ใบ ดอก แก่น และผลก็ได้ทั้งนั้น
ขิงสรรพคุณที่ ใช้ในการรักษานั้น เรามักนิยมใช้ขิงแก่ เพราะยิ่งแก่จะยิ่งให้ความเผ็ดร้อนจึงมีสรรพคุณทางยาที่มากกว่าขิงอ่อน และยังมีใยอาหารมากขึ้นตามไปด้วย แต่ เนื่องจากขิงมีรสผิด มีคุณสมบัติอุ่น จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีความร้อนภายในร่างกายอยู่แล้ว เช่นผู้ที่เหงื่อออกมาก เหงื่อออกเวลากลางคืน ตาแดง หรือมีไฟในตัวมากกว่าปกติ แต่ถ้าจะรับประทานควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
ประโยชน์ของขิง
1.               ขิง จัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอด
2.               มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเป็น จำนวนมาก ช่วยชะลอความแก่และชะลอการเกิดริ้วรอย //การแพทย์จุดปฐมเหตุ ไม่ให้ความสำคัญกับส่วนผสม หรือสารต่างๆ ในอาหารและยา แต่จะให้ความสำคัญกับฤทธิ์ร้อนหรือเย็นของมัน//
3.               มีส่วนช่วยในการ ป้องกันต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง ต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง //มะเร็งเป็นโรคที่มีเหตุจากภาวะกายขาดพลังร้อน และขิงมีฤทธิ์อุ่นร้อนซึ่ช่วยปรับปรุงภาวะกายขาดพลังร้อนให้ดีขึ้น จึงมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง//
4.               ช่วยลดผลข้างเคียงจากสารเคมี ที่ใช้ในการรักษามะเร็ง ดังนั้นควรรับประทานขิงควบคู่ไปกับการรักษามะเร็งจะเป็นผลดี //การรักษามะเร็งโดยเคมี จะยิ่งบั่นทอนพลังร้อน ที่สำคัญต่อกระบบการรักษาตนเองของร่างกาย อาการผลข้างเคียงคืออาการที่บงบอกถึงความรุนแรงของภาวะขาดพลังร้อน ยิ่งขาดพลังร้อน ผลข้องเคียงก็ยิ่งมากและรุนแรง//
5.               ขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และช่วยในการขับเหงื่อ
6.               ช่วย แก้อาการร้อนใน ด้วยการใช้ลำต้นสดๆนำมาทุบให้แหลกประมาณ 1 กำมือ แล้วต้มน้ำดื่ม //อาการร้อนในคืออาการร้อนเทียม แต่แท้จริงแล้วอาการร้อนในคืออาการขาดพลังร้อน กินขิงจึงช่วยเติมพลังร้อนทำให้อาการทุเลาลงได้//
7.               ช่วยลดความอ้วน ลดระดับไขมันคอเลสเตอรอล ด้วยการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้ แล้วปล่อยให้ร่างกายกำจัดออกทางอุจจาระ //โรคอ้วนเป็นโรคที่มีเหตุจากภาวะขาดพลังร้อน เมื่อขาดพลังร้อนระบบและอวัยวะต่างๆ จะทำงานผิดปกติ ระบบซ่อมแซมตนเอง ในการขับของเสียก็จะทำงานได้ไม่ดี ของเสียสระสมตามที่ต่างๆ ในร่างกายเกิดอาการอ้วน ขิงฤทธิ์อุ้นร้อนจึงช่วยให้มีพลังร้อน ระบบขับของเสียทำงานได้ดี//
8.               ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะและไมเกรน ด้วยการรับประทานน้ำขิงบ่อยๆ //ทั้งสองโรคนี้นอกจากภาวะขาดพลังร้อนแล้ว ยังมีภาวะกายป่วยต่างที่ของจุดปฐมเหตุที่จุดศีรษะ นอกจากกดนวดจุดศีรษะแล้วการกินน้ำขิงเพื่อช่วยเพิ่มพลังร้อนโรคจึงจะหายขาก ได้//
9.               ช่วยลดความยากของผู้ติดยาเสพติดลงได้
10.         แก้ตานขโมย ด้วยการใช้ขิง ใบกะเพรา พริกไทย ไพล มาบดผสมกันแล้วนำมารับประทาน //สนุมไพรทั้งขิง ใบกะเพรา พริกไทย ไพล ล้วนมีฤทธิ์อุ่นร้อน //
11.         ช่วย รักษาโรคความดันโลหิต ด้วยการนำขิงสดมาฝานต้มกับน้ำรับประทาน //โรคความดันโลหิตก็เป็นโรคจากภาวะกายขาดพลังร้อนเป็นปฐมเหตุ และเกี่ยวข้องกับจุดศีรษะ//
12.         ช่วยบำรุงหัวใจของคุณให้แข็งแรง //หัวใจเกี่ยวข้องกับจุดหลังส่วนบน//
13.         ช่วยบรรเทาอาการของโรคประสาท ซึ่งทำให้จิตใจขุ่นมัว (ดอก) //โรคประสาทเกี่ยวข้องกับจุดศีรษะ//
14.         ช่วย ฟื้นฟูร่างการสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร ด้วยการรับประทานไก่ผัดขิง //กินขิงเพิ่มพลังร้อนทำให้ร่างกายมีพลังร้อนที่จะนำมาซ่อมแซมตนเองได้ดี ขึ้น//
15.         มีส่วนช่วยให้เจริญอาหาร (ราก,เหง้า) ด้วยการใช้เหง้าสดประมาณ 1 องคุลีนำมาต้มกับน้ำดื่ม ก็จะได้เป็นยาขมเจริญอาหาร //อาการเบื่ออาหารเกี่ยวข้องกับจุหลังส่วนบนด้วย//
16.         ใช้กินเพื่อบำรุงเป็นยาธาตุ บำรุงธาตุไฟ (เหง้า,ดอก) //ฤทธิ์อุ่นร้อน//
17.         ใช้บำรุงน้ำนมของมารดา (ผล) //ฤทธิ์อุ่นร้อน ทำให้ระบบต่างๆ ทำงานดีขึ้น//
18.         ช่วยทำให้นอนหลับได้อย่างสบาย //นอนไม่หลับเกี่ยงข้องกับจุดศีรษะ//
19.         การรับประทานขิงจำช่วยทำให้เลือดแข็งตัวเป็นลิ่มเลือดได้ช้าลง //ฤทธิ์อุ่นร้อน ทำให้ระบบต่างๆ ทำงานดีขึ้น//
20.         ใช้แก้ไข้ (ผล) ด้วยการนำขิงสดมาคั้นเป็นน้ำให้ได้ประมาณครึ่งถ้วย แล้วผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วย แล้วนำมาดื่มวันละ 3 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการได้
21.         ช่วย แก้หวัด บรรเทาอาการไอ บรรเทาหวัดจับเสมหะ ด้วยการใช้ขิงสดฝนกับน้ำมะนาวใส่เกลือนิดหน่อย //น้ำมะนาวรสเปรี้ยวฤทธิ์เย็น ต้นน้ำขิงอย่างเดียวดีกว่า//
22.         ไอน้ำ หอมระเหยจากน้ำขิงช่วยทำลายไวรัสหวัดในทางเดินหายใจได้ //ไวรัสไม่มียารักษา แต่พลังร้อนของร่างกายช่วยรักษาตนเองได้จากการทำลายของไวรัส//
23.         แก้ลม (ราก) //จุดปฐมเหตุที่จุดหลังและเอวคลายเพราะฤทธิ์ร้อนของขิง อาการท้องอึด มีลมจึงหาย//
24.         ในผู้ป่วยที่มีอาการเมายาสลบหลังผ่าตัด น้ำขิงช่วยแก้เมาได้ //ยาสลบฤทธิ์เย็นจัด ทำให้หมดสติ ฤทธิ์ร้อนของขิงจึงทำให้ทุเลาได้//
25.         ช่วย แก้อาการเมารถ เมาเรือได้เป้นอย่างดี ด้วยการใช้ขิงสดนำมาตำให้แหลก คั้นเอาฉพาะน้ำดื่ม (ไม่ต้องดื่มน้ำตาม) //ฤทธิ์ร้อนเพิ่มพลังร้อน จุดปฐมเหตุที่ศีรษะจึงคลาย ทำให้เมา หายอาเจียเพราะจุดที่หลังส่วนบนและส่วนเอวก็คลาย//
26.         ช่วยแก้ปัญหาผม ร่วง หัวล้าน ด้วยการนำเหง้าสดนำไปผิงไฟจนอุ่น แล้วนำมาตำให้แหลก นำมาพอกบริเวณที่มีผมร่วง วันละ 2 ครั้ง จนอาการดีขึ้น หรืออีกวิธีก็คือคั้นเอาเฉพาะน้ำขิงมาผสม กับน้ำมันมะกอกแล้วนำมาหมักผมแล้วนวดให้ทั่วศีรษะประมาณ 30 นาทีก็ช่วยลดปัญหาผมร่วงได้เหมือนกัน แถมยังช่วยให้ผมสวย แข็งแรง มีความนุ่มลื่น ไม่ขาดง่ายอีกด้วย //น้ำมันทุกอย่างฤทธิ์เย็นไม่ควรใช้มากเกิดนไป ใช้เป็นกระสายยาได้ ถือเป็นการประคบร้อนอย่างหนึ่ง//
27.         ช่วยบำรุงสายตา รักษาโรคเกี่ยวกับตาและใช้แก้อาการตาฟาง (ผล,ใบ) //ตาอยู่บนศีรษะ จุดปฐมเหตุที่เกี่ยวข้องคือจุดศีรษะ//
28.         ช่วยรักษาอาการตาแฉะ (ดอก) //ตาอยู่บนศีรษะ จุดปฐมเหตุที่เกี่ยวข้องคือจุดศีรษะ//
29.         ช่วย แก้โรคกำเดา (ใบ) //มีเลือดออกจากร่างกายจัดว่าเป็นอาการขาดพลังร้อนอย่างมาก ทั้งนี้รวมทั้งอาการเลือดออกที่ต่างๆ ที่ไม่ใช้เกิดจากแผลบาดเจ็บ เช่นเลือกออกในกระเพาะอาหาร ปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด ริดสีดวงทวร เลือดออกใต้ผิวหนัง (เช่นโรคไข้เลือดออก) ก็จัดว่าเป็นอาการของภาวะกายขาดพลังร้อนอย่างรุนแรง//
30.         ใช้แก้อาการคอแห้ง เจ็บคอ (ผล) //เกียวข้องกับจุดปฐมเหตุต้นคอ กดนวด ประคบร้อน กินน้ำขิง เพื่อเพิ่มพลังร้อนอาหารจึงหาย//
31.         ใช้ รักษาอาการปากคอเปื่อย ท้องผูก (เหง้า,ดอก) //ปากคอเปือยเกี้ยวข้องกับจุดศีรษะและต้นคอ ท้องผูกคือจุดเอว(หลังส่วนล่าง) และจุดกระเบนเหน็บ ฤทธิ์ร้อนของปรับปรุงพลังร้อนให้ดีขึ้น พลังร้อนทำให้จุดดั่งกล่าวหายจากภาวะกายป่วย อาการจึงทุเลา//
32.         ช่วยรักษาอาการปวดฟัน ด้วยการนำขิงแก่มาทุบให้ละเอียดคั่วกับน้ำสารส้มจนเกรียม แล้วบดจนเป็นผง จากนั้นนำมาพอกบริเวณฟันที่ปวด
33.         แก้เสมหะ เสมหะขาวเหลวปริมาณมากมีฟอง (ผล,ราก)
34.         ช่วยรักษาภาวะน้ำลายมาก อาเจียนเป็นน้ำใส
35.         ช่วยลดกลิ่นปาก แก้อาการปากเหม็น ด้วยการนำขิงมาคั้นผสมน้ำอุ่นและเกลือเล็กน้อย นำมาอมบ้วนปาก ช่วยฆ่าเชื้อโรคในปากได้อีกด้วย
36.         ช่วยบำรุงรักษาฟันและป้องกันการเกิดฟันผุ
37.         ช่วยกำจัดกลิ่นรักแร้ ด้วยการใช้เหง้าขิงแก่นำมาทุบให้แหลก แล้วนำมาคั้นเอาน้ำนำมาทารักแร้เป็นประจำ จะช่วยกำจัดกลิ่นได้
38.         ช่วย แก้อาการสะอึก ด้วยการใช้ขิงสดตำจนแหลก คั้นเอาเฉพาะน้ำผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย คนจนเข้ากันแล้วนำมาดื่ม //น้ำผึ้งรสหวานฤทธิ์เย็นผสมเพื่อเป็นกระสายยาก็พอ ไม่ต้องผสมน้ำผึ้งก็ได้ผลเช่นกันหรือดีกว่าสำหรับผู้มีระดับภาวะกายขาดพลัง ร้อนมาก//
39.         ช่วยรักษาโรคบิด (ผล,ราก,ดอก) ด้วยการใช้ขิงสดประมาณ 75 กรัม ผสมกับน้ำตาลแดงนำมาตำจนเข้ากัน แล้วรับประทาน 3 มื้อต่อวัน //โรคบิดเกี่ยวมีเหตุจากภาวะกายขาดพลังร้อน ดื่มน้ำขิงเข้มขนทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำ น้ำตาลแดงฤทธิ์รสหวานฤทธิ์เย็น ใช้แต่น้อยก็พอ//
40.         ช่วยแก้อาการอาเจียน (เหง้า,ผล) ด้วยการนำขิงสดประมาณ 5 กรัมหรือขนาดเท่าหัวแม่มือ นำมาทุบให้แตก แล้วต้มกับน้ำดื่ม //เป็นการเติมพลังร้อนจากฤทธิ์อุ่นร้อนของขิง ทำให้จุดปฐมเหตุที่เอวได้รับการเยียวยา อาการก็ทุเลา//
ขิง สรรพคุณและประโยชน์ของขิง 65 ประการ 02
41.         ช่วยลดการ คลื่นไส้อาเจียนจากการแพ้ท้อง (สำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานบ่อยมากจนเกินไป) //ของตั้งครรภ์ต้องใช้เพลังร้อนอย่างมาก ผู้ที่ขาดพลังร้อนจะแท้งลูกได้ง่าย เพราะขณะตั้งครรภ์ นอกจากต้องการพลังร้อนมารักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ อยู่ตลอดเวลาตามปกติอยู่แล้ว ยังต้องการพลังร้อนมาเสริมสร้างชีวิตใหม่อีดด้วย//
42.         แก้อาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง ขับลมในลำไส้ (ผล,ราก,ใบ) ด้วยการนำขิงแก่มาทุบพอแหลก เทน้ำเดือดลงไปครึ่งแก้ว แล้วปิดฝาตั้งทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วนำน้ำมาดื่มระหว่างมื้อ อาหาร //ล้วนเป็นอาการที่เกี้ยวข้องกับจุดหลังส่วนบนและส่วนล่าง(เอว)//
43.         ช่วย รักษาอาการปวดในช่วงก่อนหรือหลังประจำเดือน ด้วยการนำขิงแก่ที่แห้งแล้วประมาณ 30 กรัมมาต้มกับน้ำดื่มบ่อยๆ //ปวดประจำเดือนอยู่บริเวณท้องน้อยเกี่ยวข้องกับจุดกระเบนเหน็บ ประคบร้อนทั้งจุดกระเบนเห็บและท้องน้อยร่วมด้วยกับการดื่นน้ำขิงเพิ่มพลัง ร้อน อาการจะทุเลาได้//
44.         ช่วยในการย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ดอก) //มีพลังร้อนเพียงพอระบบหรืออวัยวะจึงจะสามารถทำงานได้อย่างปกติ//
45.         ช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ลดอาการจุกเสียด (เหง้า) //โรคแผลในกระเพาะอาหารมีเหตุมาจากภาวะกายขาดพลังร้อน//
46.         ช่วย ในการขับถ่าย และช่วยในเรื่องของระบบลำไส้ให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ //ระบบลำไส้จะทำงานปกติหากมีพลังร้อนเพียงพอ จุดที่เกี่ยวข้องคือจุดเอวและกระเบนเหน็บ//
47.         ช่วยฆ่าพยาธิ พยาธิกลมจุกลำไส้ (ใบ) ใช้น้ำขิงผสมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาดื่ม //เมื่อพลังร้อนเพียงพอระบบขับของเสียก็ทำงานได้ดี//
48.         ช่วย แก้อาการขัดปัสสาวะ (ดอก,ใบ) //ภาวะกายขาดพลังร้อนเป็นเหตุให้รบบและอวัยวะต่างๆ ทำงานผิดปกติ จุดปฐมเหตุกระเบเหน็บก็เกี่ยงข้องด้วย กดนวด ประคบร้อนดื่อนน้ำขิงหายแน่นอน//
49.         ช่วยรักษาปัสสาวะรดที่นอนในผู้ ป่วยที่มีภาวะหยางพร่อง มีความเย็นในร่างกายเป็นเหตุ //ภาวะกายขาดพลังร้อนเป็นเหตุให้รบบและอวัยวะต่างๆ ทำงานผิดปกติ จุดปฐมเหตุกระเบเหน็บก็เกี่ยงข้องด้วย กดนวด ประคบร้อนดื่อนน้ำขิงหายแน่นอน//
50.         ช่วยรักษาโรคนิ่ว (ใบ,ดอก) //เมื่อพลังร้อนเพียงพอระบบขับของเสียก็ทำงานได้ดี//
51.         ช่วยแก้อาการฟกช้ำ (ใบ) //เมื่อพลังร้อนเพียงพอระบบขับของเสียก็ทำงานได้ดี//
52.         ช่วย รักษาอาการปวดข้อตามร่างกายด้วยการรับประทานขิงสดเป็นประจำ //โรคข้อนอกจากเกี่ยวข้องกับจุดปฐมเหตุต่างๆแล้ว (เช่นปวดเข่า คือจุดสะโพก) ภาวะกายขาดพลังร้อนก็ส่งผลให้จุดสะโพกป่วย(เรียกว่าภาวะกายป่วยต่างที่) จึงทำให้เกิดอาการปวดที่ข้อเข่าได้//
53.         มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านเชื้อ แบคทีเรีย //พลังร้อนในกายเราต่างหากที่ช่วยซ่อมแซมอาการป่วย และขิงมีฤทธิ์อุ่นร้อนช่วยเติมพลังร้อน การตรวจพบเชื้อแบคทีเรียในห้องปฏิบัติการ เป็นเพียงอาการที่พบอย่างหนึ่งหลังเกิดโรคแล้วไม่ใช่เหตุของโรค//
54.         ใช้เป็นยาแก้คัน ด้วยการนำแก่นของขิงฝนทำเป็นยา (แก่น)
55.         แก้ ปัญหาหนังที่มือลอกเป็นขุย ด้วยการใช้เหง้าสดมาหั่นเป็นแผ่น แล้วนำมาแช่เหล้า 1 ถ้วนชา ทิ้งไว้ 1 วัน แล้วนำมาแผ่นขิงมาถูบริเวณดังกล่าว วันละ 2 ครั้ง
56.         ช่วยรักษาแผลเริม บริเวณหลัง ด้วยการใช้เหง้า 1 หัว นำมาเผาผิวนอกจนเป็นถ่าน คอยปาดถ่านที่ผิวนอกออกไปเรื่อยๆ แล้วนำผงที่ได้มาผสมกับน้ำดีหมูนำมาทาบริเวณที่เป็นแผล //คั้นน้ำขิงสด อุ่นให้ร้อนพอเหมาะแล้วนำมาพ่นบริเวณเป็นแผล//
57.         หากถูกแมงมุมกัด ใช้ขิงสดฝานบางๆ นำมาวางทับบริเวณที่ถูกกัดจะช่วยบรรเทาอาการได้ //เป็นการประคบร้อน//
58.         ช่วยรักษาอาการมือเท้าเย็น กลัวหนาว เย็นท้อง เป็นต้น //เพิ่มพลังร้อน//
59.         ช่วยป้องกันการแพ้อาหารทะเลจนเกิดผื่นคัน ลมพิษหรืออาหารช็อก //อาหารจากทะเลฤทธิ์เย็น//
60.         ช่วยรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการนำขิงสดมาตำให้แหลก แล้วนำกากมาพอกบริเวณแผลเพื่อป้องกันการอักเสบ และการเกิดหนอง //เป็นการประคบร้อน ทำให้เลือดบริเวณนั้นไหลเวียนดีขึ้น สามารถซ่อมแซมได้ดีและขับของเสียได้ดี//
61.         ในขิงมีสารที่สามารถใช้กันบูดกันหืนในน้ำมันได้
62.         ในด้านการประกอบอาหารนั้นขิงสามารถช่วยเพิ่มรสชาติอาหารได้เป็นอย่างดี และสามารถช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารได้ดีอีกด้วย
63.         ในด้านความงามนั้นมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของขิงอีกด้วย
64.         ช่วย ให้ผิวพรรณเรียบเนียนยิ่งขึ้น ด้วยการนำขิงสดมาขูดเป็นฝอยแล้วนำมานวดบริเวณต้นขา ก้น หรือบริเวณที่มีเซลลูไลท์จะช่วยลดความขรุขระของผิวได้อีกด้วย //การประคบร้อนทำให้เลือดไหลเวียนดีขับของเสียได้ดี//
65.         ผลิตภัณฑ์จากขิงนั้นนำมาแปรรูปได้หลายอย่าง เช่น บัวลอยน้ำขิง ขิงแช่อิ่ม ขิงเชื่อม ขิงกระป๋อง ขิงแคปซูล น้ำขิงมะนาว เป็นต้น //รสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และฉ่ำน้ำฤทธิ์เย็นบริโภคแต่น้อยดีกว่า//

ที่มา https://plus.google.com/u/0/108266515448912657774/posts/LEwFBE3oQpN?pid=6043171948591810690&oid=108266515448912657774

แมงกะพรุนส้มแห่งผืนป่า Marasmius Siccus


เห็ดสายพันธุ์นี้เรียกกันทั่วไปว่าเห็ดร่มสีส้ม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Marasmius siccus เป็นเห็ดในสกุล Marasmius มีอยู่ด้วยกันราว 500 สายพันธุ์ แต่สำหรับสายพันธุ์นี้สามารถพบได้ทางตะวันออกของเทือกเขาร็อกกี เทือกเขาในอเมริกาเหนือ พาดผ่านตั้งแต่บริติชโคลัมเบียในแคนาดา ไปจนถึงรัฐนิวเม็กซิโกในสหรัฐอเมริกา สามารถพบได้ในช่วงฤดูร้อนไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง มักจะขึ้นอยู่บนใบไม้หรือเศษไม้ผุ ดอกเห็ดมีขนาดประมาณ 5-30 มิลลิเมตร ก้านยาว 2.5-6.5 เซนติเมตร ดอกเห็ดมีสีส้มและจะค่อยจางไปเรื่อยๆจนสลาย เป็นเห็ดที่สามารถทานได้แต่มีรสขมจึงไม่นิยมทาน 

ที่มา https://www.facebook.com/samrujlok/photos/a.478177772225.261896.146609607225/10152512907267226/?type=1&theater

กะหล่ำปลี ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

กะหล่ำปลี ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กะหล่ำปลีหัวนี้ได้รับการปลูกและดูและโดย Scott A. Robb ในประเทศสหรัฐอเมริกา น้ำหนักของกะหล่ำปลีหัวนี้อยู่ที่ 62.71 กิโลกรัม ได้รับการบันทึกจากกินเนสส์เวิลด์เร็กคอร์ดว่าเป็นกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อ 31 สิงหาคม 2012 จนตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถทำลายสถิติได้

ที่มา https://www.facebook.com/samrujlok/photos/a.478177772225.261896.146609607225/10152515889812226/?type=1&theater

Porcini mushrooms วัตถุดิบชั้นเยี่ยมในอาหารยุโรป


Porcini mushrooms วัตถุดิบชั้นเยี่ยมในอาหารยุโรป
เห็ดพอร์ชินี มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boletus edulis เป็นเห็ดที่กระจายพันธุ์ทั่วไปทางตอนเหนือของยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ ถือเป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่ ดอกเห็ดมีขนาดตั้งแต่ 7-30 เซนติเมตร และอาจมีน้ำหนักมากถึง 3 กิโลกรัม นิยมนำไปทำเป็นซุป พาสต้า รีซอตโต ในช่วงนอกฤดูกาลมีขายทั่วไปตามตลาดในรูปเห็ดแห้งหรือแช่ในน้ำมันมะกอก

ที่มา https://www.facebook.com/samrujlok/photos/a.478177772225.261896.146609607225/10152517352722226/?type=1&theater

สายหยุดแดง



สายหยุดแดง มีชื่ออื่น ๆ คือ : กล้วยเครือ, เครือเขาแกลบ, สาวหยุด, เสลาเพชร
สายหยุดเป็นดอกไม้วงศ์กระดังงาที่หอมชื่นใจ เป็นไม้รอเลื้อยหรือไม้พุ่ม สามารถเลื้อยเกาะไม้อื่นได้ไกล แตกกิ่งก้านสาขาที่ส่วนยอด และแผ่กิ่งก้านออกไปรอบ ๆ เป็นบริเวณกว้าง สายหยุดเป็นดอกไม้ที่ให้รางวัลคนที่ตื่นแต่เช้า เพราะพอสายกลิ่นก็จะจางหายไป สายหยุดมีสองพันธุ์คือ พันธุ์ดอกสีเหลืองและพันธุ์ดอกสีแดง ถ้าเป็นชนิดดอกสีแดง ใบอ่อนก็จะมีสีแดงด้วย

ข้าวโพดสีม่วง



ข้าวโพดสีม่วงมีถิ่นกำเนิด บริเวณเทือกเขา Andes ประเทศเปรู ชาวอเมริกันอินเดียน ที่อยู่ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกา ได้แก่ เผ่า Zuni, Hopi และ Navajo ใช้ข้าวโพดสีม่วงในการประกอบพิธีกรรม

ข้าวโพดเหนียวสีม่วงของไทย มีฝักใหญ่ รสชาตินุ่ม หวานและเหนียว มีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ ข้าวโพดเหนียวสีม่วงเป็นสายพันธุ์ลูกผสมของไทย ระหว่าง ข้าวโพดสีม่วง กับ ข้าวโพดข้าวเหนียว ใช้เวลาพัฒนา 7 ปี ปลูกในแปลงทดสอบประมาณ 3-4 ปี จำนวน 30–40 แห่ง ที่บริเวณ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี อ.เมือง จ.ลพบุรี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

Darlingtonia พืชกินแมลงที่เลี้ยงยากที่สุดในโลก


        Darlingtonia พืชกินแมลงที่เลี้ยงยากที่สุดในโลก ค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ.1841 ทางตอนเหนือของแคลิฟอเนีย โดย J.D. Brackenridge (ผู้ช่วยนักพฤกษศาสตร์)

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151113065547226&set=a.478177772225.261896.146609607225&type=1&relevant_count=1

เฟิร์นน้ำซาลวิเนีย (Salvinia Molesta)


        เฟิร์นน้ำซาลวิเนีย(Salvinia Molesta) เป็นพืชชนิดหนึ่งอยู่ในกลุ่มเฟิร์นน้ำ ลอยอยู่บนผิวน้ำ มันเติบโตรวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียง 2 วันก็เติบโตเต็มที่ นอกจากนั้นยังแพร่พันธุ์เป็นจำนวนมากมายมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว และกำจัดได้ยาก เมื่อเติบโตจนเต็มสระน้ำ จะทำให้พืชในน้ำตายเพราะขาดแสงอาทิตย์ และเมื่อไม่มีพืชน้ำ สัตว์น้ำก็จะตายเพราะขาดอาหารและออกซิเจนในที่สุด นับเป็นพืชที่ก่อปัญหาต่อสภาพแวดล้อมเป็นอย่างมาก

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151065290522226&set=a.478177772225.261896.146609607225&type=1&theater

ฝักพืชวานิลลา (Vanilla Fragans)



        กลิ่นวานิลลาแท้ๆ สกัดมาจากฝักพืชวานิลลา เป็นไม้เลื้อยในวงศ์กล้วยไม้ พันธุ์ที่ปลูกเป็นเชิงการค้ามีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Vanilla Fragans

ที่มา http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151052830422226&set=a.10150355040307226.368113.146609607225&type=1&theater