แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นาซ่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นาซ่า แสดงบทความทั้งหมด

ยานอวกาศที่ออกค้นหาดาวเคราะห์เอเลียน เป้าหมาย 70,000 ดวง

       ยานอวกาศยุโรปที่ส่งขึ้นฟ้าในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในที่สุดก็สามารถค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบ 70,000 ดวง รายงานการศึกษาใหม่นี้จะช่วยให้นักวิจัยคาดการจำนวนของดาวเคราะห์ที่น่าจะมีมนุษย์ต่างดาวทั่วทั้งจักรวาล

      องค์การอวกาศของยุโรป ได้ส่งยานอวกาศไปทำภารกิจ Gaia ซึ่งส่งยานขึ้นอวกาศในเดือนธันวาคม 2013 ภารกิจนี้ คาดว่าน่าจะพบดาวเคราะห์เอเลี่ยนประมาณ 21,000 ดวง ในช่วงเวลา 5 ปี และคาดว่าน่าจะพบดาวเคราะห์ของมนุษย์ต่างดาว 70,000 ดวง ในเวลา 10 ปี

      ผู้นำของโครงการแถลงว่า "มันไม่ใช่ได้เพียงจำนวนดาวเคราะห์ที่น่าจะมีสิ่งมีชีวิต แต่มันยังจะศึกษารายละเอียดบางอย่างอีก ซึ่งเหล่านี้เป็นที่น่าสนใจในการหาเพื่อนต่างดาว"

      โลกมนุษย์ต่างดาวถูกพบเป็นครั้งแรกในปี 1995 ตั้งแต่นั้นมา นักดาราศาสตร์ได้พบดาวเคราะห์นอกระบบเกือบ 2,000 ดวง ที่น่าจะมีมนุษย์อาศัยอยู่ การค้นพบมากกว่าครึ่งมาจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ของนาซ่า

      ยังมีดาวเคราะห์อีกมากมายที่รอการค้นพบ นักดาราศาสตร์คิดว่า หากทางช้างเผือกมีดาวเคราะห์ที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ 1 ดวง ดังนั้นแล้ว ในจักรวาลน่าจะมีดาวเคราะห์ที่มีมนุษย์อยู่มากกว่า 100000000000 ดวง

      Perryman และเพื่อนร่วมงานของเขาต้องการที่จะเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดในการสำรวจดาวเคราะห์ต่างๆ
พวกเขประมาณการเหล่าดาวเคราะห์ต่างๆโดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ ศึกษาโครงสร้างของกาแล็กซี่หรือตำแหน่งของดวงดาวต่างๆ จากนั้นนำมาสร้างเป็นโมเดล เพื่อเลือกเส้นทางที่คาดว่าน่าจะพบดาวเคราะห์เอเลียนได้มากที่สุด

ที่มา
1. Earth and Planetary Astrophysics
2. www.livescience.com/48673-gaia-spacecraft-70000-alien-planets.html

ยานอวกาศ MAVEN ที่ไปสำรวจดาวอังคาร | ข่าวดาราศาสตร์

ภาพที่ได้จากยานอวกาศ MAVEN
MAVEN (Mars Atmosphere and Volatile EvolutioN) ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2013

      ยานอวกาศMAVEN ได้เดินทางไปถึงดาวอังคารในวันที่ วันที่ 21 กันยายน 2014 ยานอวกาศจะโคจรเป็นวงรีรอบดาวอังคาร

      MAVEN การถ่ายภาพแบบสเปกโตรกราฟของรังสีอัลตราไวโอเลตได้เริ่มขึ้นแล้วในการสำรวจบรรยากาศบนดาวเคราะห์แดง ข้อมูลภาพนี้ ถ่ายจากที่ความสูง 36,500 กิโลเมตร เหนือดาวอังคาร

      อัลตราไวโอเลต 3 ช่วงความยาวคลื่น แสดงแสงที่สะท้อนจากอะตอมไฮโดรเจน (สีน้ำเงิน),
ออกซิเจนอะตอม (สีเขียว) และพื้นผิวของดาวเคราะห์ (สีแดง)

      อะตอมไฮโดรเจนที่มีมวลต่ำ จะเห็นการกระจายตัวในระยะหลายพันกิโลเมตร กับกลุ่มเมฆของอะตอมออกซิเจนจะไม่กระจายตัว เนื่องจากมีน้ำหนักมากกว่า ทั้งสองเป็นผลิตภัณฑ์ของเสียของน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร ข้อมูลเหล่านี้ สามารถใช้ในการคำนวณอัตราการสูญเสียน้ำตลอดเวลาที่ผ่านมา

      จริงๆแล้ว MAVEN เป็นภารกิจแรกที่อุทิศตนเพื่อการสำรวจดาวชั้นบรรยากาศอิออโนสเฟียร์ที่เปราะบางของอังคาร ศึกษาการมีปฏิสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ และผลกระทบจากลมสุริยะ

MAVEN at Mars
Image Credit: MAVEN, Laboratory for Atmospheric and Space Physics, Univ. Colorado, NASA
ที่มา http://apod.nasa.gov/apod/ap140926.html วันที่ 26 กันยายน 2557

นาซ่าพบหินทรงกลม บนดาวอังคาร | ข่าวดาราศาสตร์

ภาพหินทรงกลมที่อยู่บนดาวอังคาร (ภาพใหญ่)
ภาพก้อนหินขนาดเล็กที่ผิดปกติ (ภาพเล็ก)
หินดาวบนดาวอังคาร มีลักษณะเป็นทรงกลมแบบนี้ได้อย่างไร?

      ขณะที่หุ่นยนต์แลนด์โรเวอร์(นาซ่า) 'Curiosity' กำลังเดินทางไปที่ปาห์รัมป์ฮิลส์ (Pahrump Hills) บนดาวอังคาร มันพบสิ่งที่น่าสนใจ คือหินที่มีลักษณะผิดปกติ ภาพด้านบนเป็นภาพหินที่เป็นทรงกลม ที่ถ่ายโดยหุ่นยนต์แลนด์โรเวอร์ หินมีขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร

      ในตอนนี้เรายังไม่ทราบ ว่า อะไรที่ทำให้ก้อนหินมีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดนั้น อาจจะเป็นหินที่เกิดจากการไหลของลาวา? ภาพที่ใส่เข้าไปเพิ่มเติม(รูปทรงกลมสีขาวที่มุม ซ้าย-ล่าง ของในภาพ) ถ่ายไม่กี่วันต่อมา แสดงให้เห็นโครงสร้างหินอีกก้อนขนาดเล็ก แต่มีรูปร่างผิดปกติ

      ในขณะที่หุ่นยนต์'Curiosity' กำลังใต่ขึ้นภูเขาชาร์ป(Mount Sharp), ได้ถ่ายภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน เพื่อการศึกษา เพื่อทำความเข้าใจประวัติศาสตร์โบราณของบริเวณนั้น และเพื่อตรวจสอบว่าดาวอังคารอาจจะเคยมีสิ่งมีชีวิตหรือไม่?

ภาพหุ่นยนต์ รถแลนโรเวอร์ 'Curiosity' ของนาซ่า บนดาวอังคาร
(
robotic Curiosity rover By NASA)
ชื่อบทความ Unusual Rocks near Pahrump Hills on Mars
Image Credit: NASA, JPL-Caltech, MSSS
ที่มา http://apod.nasa.gov/apod/ap140929.html วันที่ 29 กันยายน 2014
ที่มาของหุ่นยนต์ http://en.wikipedia.org/wiki/Curiosity_(rover)

เปลวสุริยะ อาจทำให้เกิดแสงออโรราบนโลก | ข่าวดาราศาสตร์

เปลวสุริยะที่พุ่งออกมาจากดวงอาทิตย์
      บางช่วงบางเวลา ดวงอาทิตย์เกิดการปั่นป่วนและเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเปลวสุริยะพุ่งไปในอวกาศ อาจไปไกลถึง 500,000 กิโลเมตร (ระยะทางนี้ เท่ากับระยะทางที่เอาโลกมาวางเรียงกัน 40 ดวง) ภาพนี้เป็นเปลวสุริยะที่กำลังพุ่งออกมา ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ แม้ว่าการระเบิดนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อโลกโดยตรง แต่อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าก็ส่งผลกระทบต่อสนามแม่เหล็กโลกในอีก 2-3 วันถัดมา และเกิดปรากฏการแสงเหนือ (ออโรร่า)

ที่มาของภาพ : Wikipedia

เนบิวลา Helix เนบิวลาที่อยู่ใกล้โลก | ข่าวดาราศาสตร์

รูปภาพเนบิลล่า Helix
(Helix แปลว่า เกลียว)
     เนบิวล่าHelix เป็นเนบิวล่าที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ห่างจากโลกเราเพียง 700 ปีแสง ไปทางกลุ่มดาวราศรกุมภ์ และมีความกว้างประมาณ 3 ปีแสง

      ดวงดาวสร้างเนบิวล่าขึ้นมาได้อย่างไร??? รูปร่างของเนบิวล่าดาวเคราะห์ที่เหมือนเกลียวนี้ มีความสำคัญอย่างมาก เพราะ เหมือนกับว่าพวกมันมีแนวโน้มที่จะบอกเราได้ว่า จุดจบของดวงอาทิตย์ของเราจะเป็นอย่างไร การสังเกตุนี้ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ'ฮัลเบิล'ที่โคจรอยู่นอกโลก และกล้องโทรทรรศน์ 'Blanco' ขนาด 4 เมตรในชิลี แต่อย่างไรก็ตาม เนบิวล่าHelixนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้มีรูปร่างเป็นเกลียว มันเหมือนเป็นรูปจานโค้ง 2 ใบ มาประกบกัน รูปร่างของเนบิวล่าแบบนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่เข้าใจ

ชื่อบทความ The Helix Nebula from Blanco and Hubble
Image Credit: C. R. O'Dell, (Vanderbilt) et al. ESA, NOAO, NASA
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนบิวลาHelix : Helix Nebula (เป็นภาษาอังกฤษ)
ที่มา apod.nasa.gov

จรวด 'Falcon 9' ทำหน้าที่ส่งยานอวกาศ 'Dragon X' ขึ้นสู่วงโคจรโลก


      ภาพนี้ถ่ายจากชายหาดแอตแลนติก(Atlantic beach), แหลมคานาเวรัล(Cape Canaveral) , บนโลก เป็นภาพที่นำเอาภาพดิจิตอลจำนวน 4 ภาพ มาซ้อนทับกัน จะเห็นได้ว่ากลุ่มดาวคลาดเคลื่อน-ขยับไปเพียงเล็กน้อย แต่ได้สัมผัสกับบรรยากาศการบินของจรวด 'Falcon 9' ในวันที่ 21 กันยายน 2014 จรวดลำนี้ กำลังไปส่งยานอวกาศ 'Dragon X' ออกสู่วงโคจรของโลก ณ สถานีอวกาศนานาชาติ



      ภาพด้านบน เป็นภาพเปลวไฟจากจรวดซึ่งมี 2 ถังเชื้อเพลิง ถังแรกถูกจุดระเบิดที่พื้นดิน จนไปถึงประมาณเกือบกลางๆของภาพ จากนั้นก็ปล่อยถังเชื้อเพลิงปล่าวทิ้ง และจุดถังเชื้อเพลิงที่ 2 ต่อ จนกระทั้งจรวดFalcon 9 ปล่อยยานอวกาศ Dragon ออกไป โดยเส้นบางๆฝั่งขวามือ เป็นเปลวไฟของยานอวกาศ Dragon ที่เดินทางด้วยตัวมันเอง

ภาพที่ 2 ภาพจรวด Falcon 9 ที่มียานอวกาศ Dragon
อยู่ส่วนบนสุด
ทำหน้าที่ไปส่งยานอวกาศขึ้นสู่วงโคจรโลก
      จากภาพที่ 2 จะเห็นว่าถังชื่อเพลิงถังแรก(First stage) มีขนาดใหญ่ เพราะต้องใช้พลังงานเยอะในช่วงแรกเพื่อเร่งความเร็ว และถังเชื้อเพลิงที่ 2 (Second stage) มีขนาดเล็กลง และมียานอวกาศ Dragon อยู่บนสุด

ภาพที่ 3 ภาพยานอวกาศ X Dragon

      ภาพที่ 3 นี้ เป็นภาพยานอวกาศ 'Dragon X' ที่ติดอยู่ปลายจรวด 'Falcon 9'

ชื่อบทความ A Launch and a Landing
Image Credit & Copyright: Mike Killian / AmericaSpace
ที่มา : apod.nasa.gov และหลายๆที่ จาก Google

เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ลึกลับบนดาวไททัน (Titan)

ภาพที่ 1 ภาพดาวไททัน (Titan) เป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์
      อะไรที่มาเปลี่ยนแปลงวัตถุที่อยู่ในทะเลไฮโดรเจนคาร์บอนที่หนาวเย็นบนดาวไททัน ภาพเรดาร์จากยานอวกาศแคสซีนี (ของนาซ่า) ซึ่งบันทึกภาพพื้นผิวของดาวไททันเป็นเวลาหลายปี

      เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ทะเลสาปที่เต็มไปด้วยของเหลวมีเทนและอีเทน (ทะเลสาปนี้มีชื่อเรียกว่า Ligeia Mare) ขณะที่ถ่ายภาพในปี 2013 แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับภาพที่ถ่ายในปี 2007 พบว่า มีวัตถุปลาดโผล่มา ทางนาซ่าจึงเฝ้าติดตาม และบันทึกภาพใหม่ในปี 2014 และพบว่าวัตถุยังคงอยู่ แต่มีการเปลี่ยนรูปร่างไป

ภาพที่ 2 ภาพการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกลับบนดาวไททัน
      ภาพที่ 2 แสดงให้เห็นถึงวัตถุประหลาดที่มีขนาดราวๆ 20 กิโลเมตร ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป

      คำอธิบายที่นักวิทยาศาสตร์เห็นด้วยมากที่สุด คือ เป็นแผ่นของแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่บนทะเลสาปมีเทนเหลว แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจนัก นาซ่ายังคงสังเกตุมันต่อไป...

ชื่อบทความ Mysterious Changing feature on Titan
Image Credit: Cassini Radar Mapper, ASU, JPL, ESA, NASA
ที่มา apod.nasa.gov

ยานอวกาศ Rosetta ออกเดินทางไปสำรวจดาวหาง 67P/Churyumov-Gerasimenko

ดาวหาง 67P/Churyumov-Gerasimenko
โดยยาน Rosetta
      เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2014 ยานอวกาศ Rosetta ถ่ายภาพมุมแคบที่น่าตื่นตาของใจกลางดาวหางที่ชื่อ 67P/Churyumov-Gerasimenko (รูปที่ 1) หลังจากการเดินทางมา 10 ปี ด้วยระยะทาง 6,500,000,000 กิโลเมตร ในเส้นทางการเดินทางนี้ ใช้แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ช่วยในการเหวี่ยง จนกระทั้งยานอวกาศเข้าใกล้ดาวหาง

      ดาวหางนี้มีรูปทรงแปลกตา มันมีสองส่วน ขนาดประมาณ 4 กิโลเมตร ปัจจุบันดาวหางนี้ห่างจากโลกราวๆ 400,000,000 กิโลเมตร มันอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวพฤหัสกับดาวอังคาร

ชื่อบทความ : Rosetta's Rendezvous
Image Credit: ESA / Rosetta / MPS for OSIRIS
Team; MPS/UPD/LAM/IAA/SSO/INTA/UPM/DASP/IDA
ที่มา : apod.nasa.gov

ยานอวกาศ Rosetta ที่กำลังสำรวจดาวหาง 67P

ภาพที่ 1 ภาพยานอวกาศRosetta อยู่ใกล้ดาวหาง 67P
      ภาพยานอวกาศ Rosetta ถ่ายภาพนี้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2014 ในขณะที่ยานอวกาศได้เดินทางออกไปไกล 472,000,000 กิโลเมตร จากโลก แต่ห่างจากดาวหาง '67P/Churyumov-Gerasimenko' เพียง 16 กิโลเมตรเท่านั้น

      การถ่ายภาพที่ 1 นี้ ถ่ายจะแบ่งออกเป็น2ขั้นตอน คือ ถ่ายระยะใกล้ กับระยะไกล แล้วนำมารวมกัน ซึ่งจะได้ภาพที่มีความคมชัดสููงอย่างน่าทึ่ง โดยใช้ระบบกล้อง CIVA ที่ติดไปกับ'ยานลงจอด'(ดังภาพที่ 2) ของยานอวกาศ Rosetta

ภาพที่ 2 ภาพ'ยานลงจอด'ที่มากับยานอวกาศ
ชื่อ Philae
      เป้าหมายที่'ยานลงจอด'จะไปจอด คือ ตรงกลางของดาวหาง

ภาพที่ 3 ภาพดาวหาง
ชื่อ 67P/Churyumov-Gerasimenko

      ภาพที่ 1 นี้ เป็นภาพสุดท้ายที่ถ่ายได้จากกล้องของยานเล็ก(Philae) ก่อนที่มันจะแยกตัวออกจากยานใหญ่(Rosetta) เพื่อไปลงจอดที่ดาวหาง(ภาพที่3) ในวันที่ 12 พฤศจิกายน หลังจากที่มันแยกออกได้ไม่นาน ก็ได้ถ่ายรูปภาพที่3ไว้ ซึ่งเป็นภาพสุดท้าย ก่อนมันจะจากกัน

ชื่อบทความ : Rosetta's Selfie ( ยานอวกาศRosettaถ่ายรูปตัวเอง, Selfieแปลว่า ทำด้วยตัวเอง)
Image Credit: ESA/Rosetta/Philae/CIVA
ที่มา : nssdc.gsfc.nasa.gov

ดาวหาง Siding Spring เข้าใกล้ดาวอังคาร


      เมื่อวานนี้ (19/10/2557) ดาวหางได้ผ่านเข้าใกล้ดาวอังคารมากที่สุด จริงๆแล้วดาวหาง C/2013 A1(Siding Spring) ได้ผ่านเข้าใกล่ดาวอังคารมากที่สุด มากกว่าดาวหางอื่นๆที่เคยเข้าใกล้โลก เหตุการณ์นี้เป็นการศึกษาสำคัญซึ่งเกี่ยวกับ'ผลกระทบของดาวหางที่ผ่านเข้าใกล้ดาวเคราะห์'

      เราใช้ยานอวกาศ 5 ลำ(NASA's MAVEN, MRO, Mars Odyssey,  ESA's Mars Express และ India's Mars Orbiter) ที่โคจรอยู่รอบดาวอังคาร เพื่อการสังเกตุดาวหางนี้

      ยานอวกาศส่วนใหญ่ส่งข้อมูลรายงานมาแล้วว่า ตัวเองยังไม่ถูกดาวหางทำลาย ยานยังคงมีสภาพดี ในขณะที่รถRoversที่สำรวจอยู่ที่พื้นผิวดาวอังคารก็ทำงานสังเกตุเหตุการณ์นี้เช่นกัน มันจะส่งภาพมาที่โลกในอีกราวๆ 1 สัปดาห์

      ภาพด้านบน ถ่ายอยู่บนโลก เมื่อวานนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นการเดินทางของดาวหางSiding Spring ซึ่งอยู่ทางซ้าย-ล่าง และดาวอังคารซึ่งอยู่บน-ขวา (ผมดูรุปไม่ออกแฮะ-ผู้แปล)

ชื่อบทความ : Comet Siding Spring Passes Mars
Image Credit & Copyright : SEN/Damian Peach
ที่มา : apod.nasa.gov

Mimas : ดวงจัทร์ขนาดเล็ก กับหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่

ดวงจันทร์ที่เล็กที่สุดของดาวเสาร์
ชื่อ Mimas
ถ่ายโดยยานอวกาศ Cassini
      คำอธิบาย : ไม่ว่าอะไรก็ตามที่พุ่งชนดวงจันทร์ดวงนี้(Mimas) จนเกือบทำลายมันได้ เป็นหนึ่งในการพุ่งชนที่ใหญ่ที่สุด จนทำให้เกิดหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์ที่เล็กที่สุดของดาวเสาร์

      หลุมอุกกาบาตนี้ มีชื่อว่า Herschel ถูกค้นพบโดย Sir.William Herschel เมื่อปี 1789
ดวงจันทร์ดวงนี้มีมีความกว้างประมาณ 130 กิโลเมตร มวลที่น้อยนิดของมัน มากพอที่จะสร้างแรงดึงดูดที่ผิว จนทำให้มันเป็นทรงกลม ส่วนประกอบของดวงจันทร์Mimasส่วนใหญ่จะเป็นน้ำแข็ง และมีเศษหินปะปนอยู่เล็กน้อย นั้นทำให้มันมีฉายา ว่า "ก้อนหิมะสกปรก"

      ภาพด้านบนนี้ ถูกถ่ายโดยยานอวกาศแคซซินี่ (Cassini) ซึ่งขณะนี้ยานอวกาศดังกล่าวกำลังโคจรรอบดาวเสาร์

      การวิเคราะห์ล่าสุดของCassini พบว่า Mimasมีการส่ายผิดปกติ อาจเป็นไปได้ว่ามีของเหลวอยู่ภายใน อาจเป็นมหาสมุทรก็เป็นได้

เครดิตรูปภาพ : Cassini Imaging Team, ISS, JPL, ESA, NASA;
การประมวลผลดิจิตอล : Supportstorm
ที่มา : apod.nasa.gov

จุดมืดของดวงอาทิตย์ เกิดพายุสุริยะ | AR 2192


*
นาซ่าเผยพายุสุริยะที่ปะทุขึ้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2014 ที่ผ่านมา โดยมีชื่อว่า AR 2192 Crackles ซึ่งได้รับการบันทึกโดย Solar Dynamics Observatory กล้องโทรทรรศน์อวกาศงมีภารกิจหลักคือการสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ พายุสุริยะลูกนี้ถือเป็นพายุสุริยะที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกราว 14 เท่า พลังของมันสามารถสร้างภัยคุกคามให้แก่การบิน และรบกวนสนามแม่เหล็กของโลกได้ และจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างออโรราเพิ่มมากขึ้น

จุดบอดของดวงอาทิตย์ ขณะที่เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคา

ชื่อบทความ : Sunspot Group AR 2192 Crackles
รูปภาพจาก : Solar Dynamics Observatory, NASA

ดาวเทียม Fermi ของนาซ่า ค้นหาความลับของ Starquakes ในพายุแม่เหล็ก

ดาวนิวตรอนปล่อยพลังงานสูง
      กล้องโทรทรรศน์อวกาศของดาวเทียมFermi ตรวจจับพายุรุนแรงที่มีพลังงานสูงได้ จากดาวนิวตรอนที่มีสนามแม่เหล็กสูง หรือที่เรียกว่า 'ดาวเคราะห์แม่เหล็ก' (Magneter) เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2009 ตอนนี้นักดาราศาสตร์กำลังวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากสัญญาณที่มาจากดาวเคราะห์แม่เหล็กนี้

      สัญญาณดังกล่าวตรวจจับได้ครั้งแรกเมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งเกิดสัญญาณนี้ขึ้นในช่วงที่'พลุไฟยักษ์กำลังจางหาย'  พลุไฟยักษ์นี้ ถูกค้นพบเพียง 3 ครั้ง คือในปี 1979, 1998 และ 2004 สัญญาณที่เกี่ยวข้องกับ Starquakes ที่เกิดจากดาวนิวตรอนนี้ ที่เสียงเหมือนกระดิ่ง(ฺBell) เราเคยพบมาแล้ว 2 ครั้ง

วิดีโอการเกิดพลุยักษ์ ที่เกิดจากดาวแม่เหล็ก (ดาวนิวตรอน)

      ดาวนิวตรอนเป็นดาวที่มีความหนาแน่นมากที่สุด มีสนามแม่เหล็กสูงที่สุด และมันหมุนเร็วที่สุดในจักรวาล มวลของมันเล็กมาก เส้นผ่านศูนย์กลางของมัน เพียงราวๆ 18 กิโลเมตรเท่านั้น

      ดาวนิวตรอนจะมีสนามแม่เหล็กเข้มข้นกว่าโลกเป็นล้านล้านเท่า นักดาราศาสตร์ได้ยืนยันว่าค้นพบดาวนิวตรอนแล้ว 23 ดวง

      เปลือกของดาวนิวตรอนจะถูกล็อคไว้โดยสนามแม่เหล็กของมันเอง หากสนามแม่เหล็กของมันหยุดชะงักเพียงนิดเดียว จะทำให้เปลือกดาวแตกร้าว แล้วสนามแม่เหล็กจะต้องจัดเรียงใหม่ เหตุการณ์นี้ทำให้มันปล่อยพลังงาน(ระเบิด)ออกมาอย่างมหาศาล จะพิมพ์คลื่นรังสีแกมม่าและรังสีเอ็กอีกด้วย

      การเรียนรู้ครั้งใหม่ถูกตรวจจับได้โดยดาวเทียม Fermi และมันยืนยันว่าการสั่นสะเทือนที่้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เป็นผลมาจากการระเบิดนี้ ทีมงานของยานFermiกล่าวว่า "เราคิดว่าดาวนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดการบิดตัวที่ผิวและแกนดาว และสนามแม่เหล็กก็เกิดการแกว่งเช่นเดียวกัน" มีทีมงานพูดเสริมต่อว่า "นอกจากนี้เรายังพบการสั่นสะเทือนแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน และตอนนี้เราก็ยังไม่เข้าใจมัน

      ปี 2009 เกิดการระเบิดขึ้นที่ SGR J1550-5418 ค้นพบโดย'หอดูดาวไอสไตน์'ของนาซ่า (ซึ่งเปิดใช้ในช่วงปี 1978 - 1981) การระเบิดนี้ อยู่ห่างประมาณ 15,000 ปีแสง ทางกลุ่มดาวNorma ในช่วงที่มีการรระเบิดนี้ บางช่วงเกิดดการระเบิดขึ้นนับร้อยครั้งในเวลา 20 นาที การระเบิดที่ปล่อยพลังงานมากที่สุด พลังงานนั้นมีค่ามากกว่าพลังงานที่ปล่อยออกมาจากดวยอาทิตย์เป็นเวลา20ปี

Odyssey, ยานอวกาศของนาซ่า ได้สังเกตุดาวหางที่ผ่านดาวอังคาร

ยานอวกาศ'Odyssey' กำลังสังเกตุดาวหาง 'Siding Spring'
     ยานอวกาศที่มีอายุมากที่สุดที่เคยส่งไปสังเกตุดาวอังคารยังคงมีสภาพที่ดี หลังจากหลบฝุ่นของดาวหางที่เพิ่งจะผ่านไป...

     ยานอวกาศของนาซ่า(ชื่อว่า Odyssey),ที่ใช้ในการสำรวจดาวอังคาร ได้ขาดการติดต่อจากโลกในขณะที่มันกำลังสังเกตุดาวหางชื่อ 'C/2013 A1' หรืออีกชื่อ 'Siding Spring' ซึ่งเข้าใกล้ดาวอังคารเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2557 ดาวหางนี้จะห่างจากดาวอังคารราวๆ 139,500 กิโลเมตร (ระยะทาง 1 ใน 3 ของระยะระหว่างโลกกับดวงจันทร์)

     วันที่ 5 สิงหาคม ยานอวกาศของนาซ่า(Odyssey)ได้ทำการวางแผน เพื่อที่จะหลบ*ฝุ่นของดาวหางSiding Spring โดยหลบอยู่หลังดาวอังคาร โดยใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ จำลองเหตุการที่ดาวหางจะสร้างความเสียหายให้กับยานอวกาศได้

*หลบในช่วงที่ดาวหางอาจสร้างความเสียหายได้

     ผู้จัดการยานอวกาศOdysseyได้กล่าวว่า "ได้รับข่าวสารจากOdysseyเมื่อบ่ายวันนี้ ยืนยันมาว่ายานอวกาศยังปลอดภัยดี ยิ่งไปกว่านั้น ยานอวกาศยังสามารถสังเกตุเหตุการณ์ที่ดาวหางเดินทางเข้าใกล้ดาวอังคารได้อีกด้วย"

     ภาพถ่ายดาวหาง Siding Spring ถูกถ่ายโดยระบบ Thermal Emission Imaging System (THEMIS) ที่ติดตั้งอยู่บนยานอวกาศ ข้อมูลภาพถ่ายจะส่งมาถึงโลกในเร็วๆนี้ ภาพถ่ายที่ได้จะเป็นข้อมูล และต้องนำมาประมวลผล ก่อนจะออกมาเป็นภาพจริง ภาพของดาวหางเข้าใกล้ดาวอังคารนี้ จำนำมาศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร

     ในการสังเกตุดาวหางครั้งนี้ ใช้ยานอวกาศ 3 ลำ, รถRoversที่อยู่บนดาวอังคารอีก 2 คัน และเครื่องมือที่อยู่บนโลก นี้เป็นครั้งแรกที่ดาวห่างเข้าใกล้ดวงอาทิตย์โดยผ่านทางดาวเคราะห์วงนอก ดังนั้น การร่วมกันสังเกตุดาวหางนี้ จึงเป็นวันแรกของ 4 พันล้านปีที่ผ่านมา

     ยานอวกาศOdysseyทำการสำรวจดาวอังคารมานานกว่ายานอวกาศอื่นๆ นาซ่าได้เปิดตัวยานอวกาศลำนี้เมื่อ 7 เมษา 2001 และOdysseyได้มาถึงดาวอังคารเมื่อวันที่ 24 ตุลา 2001

ที่มา www.nasa.gov

การประทุ(การระเบิด) ของดวงอาทิตย์ เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2557



X-Class Flare: ดวงอาทิตย์ปล่อยแสงสุริยะออกมา วัดค่าพลังงานได้สูงสุดเมื่อเวลา 13:01 น. ของวันที่ 19 เดือน ตุลาคม 2557 ถูกจับภาพได้โดยหอดูดาวที่ซึ่งสร้างมาเพื่อสังเกตุดวงอาทิตย์ตลอดเวลา

การระเบิดในครั้งนี้ มีพลังงานสุริยะสูง แต่ไม่สูงพอที่จะทะลุชั้นบรรยากาศโลกได้ การระเบิดในครั้งนี้ จึงไม่สามารถทำร่ายมนุษย์ได้

แต่ถ้าหากเกิดการระเบิดที่รุนแรงกว่านี้ มันจะสามารถรบกวนระบบสัญญาณ GPS และระบบสื่อสารได้

ภาพด้านบนนี้ถูกถ่ายด้วยความยาวคลื่นรังสีอัลตราไวโอเลตขนาด 131 อังสตรอม