แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จักรวาล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จักรวาล แสดงบทความทั้งหมด

พบวงแหวนของดาวเคราะห์น้อย + วิธีการค้นหาวงแหวน | ดาราศาสตร์


ดาวเคราะห์น้อยก็สามารถมีวงแหวนได้!

      ในการค้นพบที่น่าประหลาดใจ ของดาวเคราะห์น้อยอันห่างไกล ชื่อ "10199 Chariklo" เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา 
ดาวเคราะห์น้อย Chariklo

      นักดาราศาสตร์พบว่า มันมีวงโคจรอย่างน้อย 2 วง เส้นผ่าศูนย์กลางของดาวเคราะห์น้อยนี้(Chariklo) ประมาณ 250 กิโลเมตร ทำให้มันเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มเซนทอร์ (Centaur คือ วัตถุมีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างดาวเคราะห์กับดาวหาง เป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็ก อ่านเพิ่มเติม คลิ๊ก)

      ปัจจุบัน เป็นที่รู้จักกันดีว่า วัตถุที่มีขนาดเล็กก็สามารถมีวงแหวนได้เช่นกัน เซนทอร์เป็นดาวเคราะห์น้อยที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ระหว่างดาวเสาร์และดาวยูเรนัส... วิดีโอข้างต้นจะช่วยให้เราเข้าใจว่า นักดาราศาสตร์ค้นพบวงแหวนได้อย่างไร

วิธีการค้นพบวงแหวนของดวงดาว

      Chariklo โคจรผ่านมาในปี 2013 ที่ด้านหน้าของดาวที่สว่างไสว นักดาราศาสตร์สังเกตุเห็นว่าแสงของดาวดวงที่สว่างไสวได้หายไปบางช่วง จึงนำข้อมูลไปวิเคราะห์ จนพบว่า ดาวเคราะห์น้อยนี้ มีวงแหวน

      ปัจจุบัน นักดาราศาสตร์ดาวเคราะห์ ใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบว่า ระบบแหวนของ Chariklo มันมีความเสถียรหรือไม่? วงแหวนจะสามารถอยู่ได้นานแค่ไหน? อย่างไร?

ชื่อบทความ Two Rings for Asteroid Chariklo
Video Illustration Credit: Lucie Maquet, Observatoire de Paris, LESIA
ที่มา : http://apod.nasa.gov/apod/ap140409.html วันที่ 9 เมษายน 2014

ซูเปอร์โนวาที่หลงเหลืออยู่, "Puppis A"

ซูเปอร์โนวา ที่หลงเหลืออยู่
มีชื่อเรียกว่า 
Puppis A
      ภาพด้านบน เกิดจากแรงผลักดันจากการระเบิดของดาวขนาดใหญ่, เป็นซูเปอร์โนวาที่เหลืออยู่ อยู่ห่างจากโลก 7,000 ปีแสง

      จากภาพ เป็นการระเบิดที่ซับซ้อน ซึ่งขยายตัวออกทางด้านข้างได้กว้างถึง 180 ปีแสง ข้อมูลภาพนี้ เกิดจากแสงรังสีเอ๊ก (X-ray) จาก "Chandra and XMM/Newton observations" ส่วนแสงอินฟาเรด ได้มาจาก "Spitzer Space Telescope"

      เฉดสีน้ำเงินเกิดจากรังสีเอ๊ก ได้จากก๊าซร้อนจากคลื่นซูเปอร์โนวา ในขณะที่เฉดสีแดงและสีเขียว ได้จากการปล่อยอินฟราเรดของฝุ่นที่อบอุ่น

      แสงจากซูเปอร์โนวา เกิดจากการล่มสลายของแกนดาวขนาดใหญ่ แสงนี้มาถึงโลกครั้งแรกเมื่อประมาณ 3,700 ปีก่อน (และยังคงอยู่)

      ทว่า "Puppis A"ส่วนที่เหลือ ยังคงเป็นซูเปอร์โนวาที่ปล่อย X-ray ที่แข็งแกร่งในท้องฟ้า

ชื่อบทความ Supernova Remnant Puppis A
Image Credit: X-ray: NASA/CXC/IAFE/ G. Dubner et al., ESA/XMM-Newton
Infrared: NASA/ESA/JPL-Caltech/GSFC/ R. Arendt et al.
ที่มา http://apod.nasa.gov/apod/ap140912.html วันที่ 12 กันยายน 2014

เนบิวล่าผีเสื้อ จากกล้องฮับเบิล | ดาราศาสตร์

ภาพเนบิวลา NGC 6302
เนบิวล่าผีเสื้อ : 
The Butterfly Nebula
     กลุ่มดาวที่สดใสและเนบิวล่าบนท้องฟ้ายามค่ำคืน มักจะได้รับการตั้งชื่อตามชื่อดอกไม้หรือแมลง NGC 6302(ในภาพ) ก็เช่น

     ความกว้างของมันกว้างถึง 3 ปีแสง มีอุณหภูมิพื้นผิวประมาณประมาณ 250,000 องศาเซลเซียส, ดาวตรงกลางที่กำลังจะตายของเนบิวลาดาวเคราะห์นี้ ได้เกิดความร้อนมหาศาล ส่องแสงสว่างสดใสในแสงอัลตราไวโอเลต แสงบางช่วงไม่สามารถผ่านมาได้ เพราะถูกฝุ่นละอองที่หนาแน่นบดบังไว้ จึงเห็นบางส่วนของเนบิวล่าดังภาพ

     ภาพรูปร่างที่ใกล้ชิดของเนบิวลาดาวที่กำลังจะตาย ถูกบันทึกไว้ในปี 2009 โดยกล้องฟิลด์กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิกว้าง 3 เมตร NGC 6302 อยู่ประมาณ 4,000 ปีแสง ทางกลุ่มดาวแมงป่อง

ชื่อบทความ The Butterfly Nebula from Hubble
Image Credit: NASA, ESA, and the Hubble SM4 ERO Team
Reprocessing & Copyright: Francesco Antonucci
ที่มา http://apod.nasa.gov/apod/ap141001.html

กาแลคซีทรงเกลียว NGC 7331 พื้นหลัง Deer Lick Group

กาแลคซีทรงเกลียว NGC 7331

      กาแลคซีทรงเกลียวขนาดใหญ่ที่สวยงามนี้ มีชื่อว่า NGC 7331 ซึ่งมันมีลักษณะคล้ายทางช้างเผือกของเรา อยู่ห่างจากโลกประมาณ 50 ล้านปีแสงในทางทิศกลุ่มดาวเพกาซัส (Pegasus)

      NGC 7331 ได้รับการยอมรับในช่วงแรกว่า เป็นเนบิวล่าเกลียว แต่กาแลคซี่ที่สวยงามนี้ ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในตำราของ Charles Messier (ชาร์ล เมซีเย : นักดาราศาสตร์ที่ชอบการจัดทำและเผยแพร่เอกสารทางดาราศาสตร์) ในศตวรรษที่ 18

      เนื่องจากระนาบกาแลกซีไม่ขนานไปกับสายตา กล้องโทรทรรศน์จึงสามารถถ่ายภาพความลึกของมันได้ และเห็นกาแลกซีอื่นๆ ที่อยู่ถัดไป

      พื้นหลังของกาแลกซีนี้ มักรู้จักในชื่อ "Deer Lick Group"

      ที่อยู่ศูนย์กลางในภาพ คือ NGC 7331 เป็นเกลียวกาแล็กซีที่มีชื่อเสียงค้นพบโดยวิลเลียมเฮอร์เชลในปี 1784 มีรายงานว่า "Tomm Lorenzin" (ผู้เขียนหนังสือ ชื่อ "1000+ The Amateur Astronomers' Field Guide to Deep Sky Observing") ตั้งชื่อ NGC 7331 เพื่อเป็นเกียรติแก่กลุ่มกวางเลีย( Deer Lick Group) ซึ่งอยู่ในภูเขาของอร์ทแคโรไลนา(North Carolina) สถานที่ซึ่งเขาสังเกตเห็น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มุมมองที่สวยงามของกลุ่มกาแลคซีนี้

ชื่อบทความ NGC 7331 and Beyond
Image Credit & Copyright: Dietmar Hager, Torsten Grossmann
ที่มา apod.nasa.gov

กลุ่มกาแลคซี 'Stephan's Quintet' | ดาราศาสตร์

กลุ่มกาแลคซี 'Stephan's Quintet'

      ในช่วงแรก กลุ่มกาแลคซีนี้ ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มกาแลคซีขนาดกะทัดรัด!

      ภาพด้านบน คือ กลุ่มกาแลคซี'Stephan's Quintet' (มันคือกลุ่มกาแลคซีที่ประกอบด้วย 5 กาแลคซีที่อยู่ใกล้กัน) ภาพนี้นำมาจาก"คลังมรดกฮับเบิล"(Hubble Legacy Archive) และจากล้องโทรทรรศน์ Subaru บนยอดภูเขาไฟ เมานาคี(Mauna Kea.)

      ภาพกลุ่มกาแลคซีนี้ ดูเหมือนว่าจะรวมตัวกันที่ตรงกลางภาพ แต่จริงๆแล้ว มีเพียง 4 ใน 5 กาแลคซี่ที่อยู่ใกล้กัน คือ NGC 7319, 7318A, 7318B และ 7317 ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 300 ล้านปีแสง ซึ่งแรงดึงดูด 4 กาแลคซีนี้ มีการรบกวนกัน

      อีกกาแลคซี่ที่อยู่นอกวง คือ NGC 7320 (สีน้ำเงิน เป็นกาแลคซีที่ใหญ่ที่สุด ที่อยู่ในภาพ)มันอยู่ไกลจากโลกประมาณ 260 ล้านปีแสง

      'Stephan's Quintet' อยู่ในขอบเขตของกลุ่มดาวเพกาซัส (Pegasus) ภาพด้านบนนี้ มีความกว้างประมาณ 500,000 ล้านปีแสง

ชื่อบทความ Stephan's Quintet Plus One
Image Assembly & Processing: Robert Gendler and Judy Schmidt
Image Data: Subaru Telescope (NAOJ), Hubble Legacy Archive, R. Gendler
ที่มา apod.nasa.gov

กาแลคซี่ที่อยู่ทางกลุ่มดาวเพกาซัส, NGC 7331 และ Stephan's Quintet

กาแลคซี่ที่อยู่ทางกลุ่มดาวเพกาซัส
      ภาพนี้ถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์ที่ให้ความคมชัดสูง เผยให้เห็นกาแลซีที่อยู่กระจายและฝุ่นเนบิวล่าของทางช้างเผือกที่ขอบเขตตอนเหนือของกลุ่มดาวเพกาซัส(Pegasus)

      ไกลออกไปเพียง 50 ล้านปีแสง(ขวา-บน ของภาพ เป็นกาแลคซี่ที่โดดเด่นที่สุด) จะพบเกลียวขนาดใหญ่ มันคือกาแลคซี่ 'NGC 7331' ซึ่งเป็นหนึ่งในกาแลคซีที่สว่างไสว แต่ไม่ได้ถูกเขียนไว้ในหนังสือของ 'ชาร์ล เมซีเย' (Charles Messier) ที่เขียนขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 (ชาร์ล เมซีเย : นักดาราศาสตร์ที่ชอบการจัดทำและเผยแพร่เอกสารทางดาราศาสตร์)

      กลุ่มกาแลคซี่ที่อยู่ด้านซ้าย-ล่าง ในภาพ รู้จักกันในนาม "Stephan's Quintet" ซึ่งห่างจากโลก 300 ล้านปีแสง กลุ่มกาแลคซี่นี้แสดงให้เห็นถึงการชนกันของกาแลคซี่

ชื่อบทความ Galaxies in Pegasus
Image Credit & Copyright: Alessandro Benedetti and Daniele Ceniti (AeW Observatory)
ที่มา apod.nasa.gov

กระจุกดาวเปิด Melotte 15 ที่อยู่กลางเนบิวลารูปหัวใจ

ภาพกลุ่มก๊าซของเนบิวลารูปหัวใจ (IC 1805)

      เมฆหมอกคอสมิครูปร่างสวยงามอยู่ในใจกลางกลุ่มก๊าซเนบิวลา IC 1805 เมฆหมอกนี้ถูกทำให้เป็นรูปทรงต่างๆโดยลมที่เกิดจากความร้อนของดาวในกระจุกดาวเนบิวลาที่เพิ่งเกิดใหม่... กระจุกดาวนี้ชื่อ Melotte 15 มีอายุราวๆ 1.5 ล้านปีเท่านั้น

      ภาพด้านบน เป็นภาพที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์ความเร็วสูง ภาพนี้เป็นภาพที่อยู่ห่างจากเนบิวลาราวๆ 30 ปีแสง ภาพที่ได้ เกิดจากการรวมสีที่อะตอมปล่อยออกมา ไฮโดรเจน-ให้สีเขียว ซัลเฟอร์-ให้สีแดง และอ๊อกซิเจน-ให้สีน้ำเงิน เป็นเฉดสีที่นิยมใช้ในกล้องฮับเบิล

      ภาพมุมกว้างแสดงให้เห็นถึงโครงร่างโดยรวมของ IC 1805 ซึ่งเป็นเนบิวลาที่ได้ชื่อว่า "เนบิวลารูปหัวใจ" (The Heart Nebula) เนบิวล่าIC 1805นี้ อยู่ห่างไกลออกไปจากโลกราวๆ 7,500 ปีแสง ไปทางกลุ่มดาว Cassiopeia.

ชื่อบทความ : Melotte 15 in the Heart
Image Credit & Copyright: Ivan Eder
ที่มา : apod.nasa.gov